หน้าหลัก > ข่าว > บทความที่น่าสนใจ > 6 ข้อเท็จจริงเรื่องการ “เดิน” ไม่รู้ไม่ได้แล้ว
6 ข้อเท็จจริงเรื่องการ “เดิน” ไม่รู้ไม่ได้แล้ว

ผู้ดูแลเว็บ admin
2023-07-19 10:05:33

  • ชมนาด. (2566, พฤษภาคม), 6 ข้อเท็จจริงเรื่องการ “เดิน” ไม่รู้ไม่ได้แล้ว : ชีวจิต : 581 : 8

        ชีวจิต สนับสนุนให้ทุกคนลุกขึ้นมา "เดิน” ออกกําลังกาย แต่ก็มีข้อสงสัยมากมายว่า เดินแล้วจะขาใหญ่ ปวดเอว ฯลฯ ฉบับนี้จึงรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเดินที่ คนสงสัย ซึ่งหนังสือ ยิ่งเดิน ยิ่งผอม ยิ่งสุขภาพดี  แนะนําไว้อย่างละเอียดดังนี้

  •   1. เดินเยอะ เอวจะเสียจริงหรือ

        ไม่จริง เหตุผลที่ทําให้ “เอวเสีย” คือท่าทาง ที่ไม่ถูกต้อง ทําให้เอวรับน้ำหนักมากเกินไปจนเกิด อาการปวด เมื่อกล้ามเนื้อเอวอ่อนแอก็ต้องสร้างความแข็งแรงด้วยการบริหารกล้ามเนื้อดังกล่าวร่วมกับการออกกําลังกายแบบแอโรบิก โดยทั่วไปคนที่น้ำหนักตัวเยอะหากบริหารกล้ามเนื้อควบคู่กับออกกําลังอาการปวดจะหายได้เอง

  2.  คนที่กระดูกอ่อนแอไม่ควรเดินเยอะจริงหรือ 

  •         ไม่จริง หากไม่เคลื่อนไหวร่างกายจะยิ่งทําให้กระดูกเสื่อม การเดินออกกําลังกายจะช่วยกระตุ้นกระดูกและ ข้อต่อ จึงป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ ทั้งยังป้องกัน กระดูกเสื่อมเนื่องจากขาดการออกกําลังกายได้ด้วย
  •   3. ถ้าเดินเยอะ ขาจะโก่งจริงหรือ
  •         ไม่จริง สาเหตุของอาการขาโก่งส่วนใหญ่เกิดจากท่าทางที่ผิด หากปรับร่างกายให้คุ้นเคยกับท่าทางที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะ เดินนานแค่ไหน ขาก็ไม่โก่งหรือผิดรูป
  •   4. ถ้าเดินเยอะ ขาจะใหญ่จริงหรือ
  •         ไม่จริง เพราะส่วนที่พัฒนาขึ้นคือกล้ามเนื้อน่อง ไม่ใช่ไขมัน ดังนั้นหลังออกกําลังกายหาก นวดคลายกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม ก็จะช่วยลดอาการบวมให้กล้ามเนื้อน่องกลับคืนสู่ภาวะปกติได้
  •   5. ถ้าลดความอ้วนด้วยการเดิน หน้าอกจะหย่อนคล้อย จริงหรือ
  •         ไม่จริง หน้าอกจะเล็กลงหรือไม่ก็หย่อนคล้อย เนื่องจากแรงโน้มถ่วงของ โลก ความจริงแล้วการเดินด้วยท่าทางที่ถูกต้องกลับยิ่งช่วยเสริมกล้ามเนื้อตั้งแต่ไหล่จนถึงทรวงอก ทําให้ร่างกายได้สมดุล
  •   6. ถ้าเดินน้อยกว่า 30 นาทีไร้ประโยชน์จริงหรือ
  •         ไม่จริง การเดิน ในช่วงแรกร่างกายจะดึงคาร์โบไฮเดรตมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลัก หลังจากออกกําลังกายต่อเนื่อง 8-10 นาที ไขมันจะเริ่มถูกเผาผลาญทีละนิด หลังจาก 20 นาทีเป็นต้นไปปริมาณการใช้ไขมันจะสูงกว่าคาร์โบไฮเดรต ยิ่งออกกําลังกายนานเท่าใดอัตราการใช้ไขมันก็จะสูงขึ้น การเดินนานจึงได้ผลดีกว่าระยะเวลาสั้น